
การผ่าตัดเสริมหน้าอก หรือเพิ่มขนาดหน้าอกนั้น ปัจจุบันนี้เป็นที่ได้รับความนิยมมากขึ้นกว่าสมัยก่อน เนื่องจากมีเทคนิคและวิธีการผ่าตัดจากแพทย์ที่เชี่ยวชาญ ทำให้ผู้ที่ต้องการเสริมหน้าอกหรือต้องการทำให้หน้าอกมีรูปทรงสวยงามมากขึ้น ทั้งนี้การเสริมหน้าอกให้สวยงามมีหลายทางเลือก แต่หากจะให้ปลอดภัยต้องทำการผ่าตัดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางจึงจะดีที่สุด ซึ่งในปัจจุบันการผ่าตัดเสริมหน้าอกด้วยถุงเต้านมเทียม หรือถุงซิลิโคนเป็นที่ได้รับความนิยมมาก เนื่องจากมีรูปร่างที่สวยงามและมีความแข็งแรง สามารถอยู่ในร่างกายได้ตลอด หากไม่มีภาวะแทรกซ้อน โดยในประเทศไทยมีการนำเข้าถุงซิลิโคนจากต่างประเทศทั้งหมด ซึ่งในที่นี้ทาง BCS Clinic ขอกล่าวถึงถุงซิลิโคนที่ได้รับการยอมรับและนิยม โดยทั้งยังมีใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก ดังนี้
ถุงน้ำเกลือ (Saline Filled Breast Implant)
เป็นถุงซิลิโคนด้านนอก ส่วนด้านในของตัวถุงจะบรรจุน้ำเกลือ ขณะผ่าตัดเมื่อแพทย์วางตำแหน่งที่ต้องการแล้ว จากนั้นก็จะเติมน้ำเกลือในปริมาณที่ตกลงกันกับผู้ได้รับการผ่าตัดไว้ หรือตามความเหมาะสมตามที่แพทย์เห็นสมควร ซิลิโคนแบบถุงน้ำเกลือเป็นที่นิยมมากในระยะแรก เนื่องจากถุงน้ำเกลือเป็นถุงที่มีความปลอดภัยสูงในเรื่องสารแปลกปลอม เพราะหากน้เกลือที่อยู่ในถุงมีการรั่วหรือซึมออกมาภายนอกถุง ก็จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย และร่างกายสามารถดูดซึมน้ำเกลือดังกล่าวได้ทั้งหมด เนื่องจากปัจจุบันการใช้ถุงน้ำเกลือนิยมใช้น้อยลง อีกทั้งบริษัทส่วนใหญ่ยกเลิกการนำเข้าถุงน้ำเกลือ ดังนั้นผู้ที่จะทำถุงน้ำเกลืออาจจะต้องมาปรึกษา เพื่อเลือกขนาดและรูปทรงก่อนประมาณ 1-2 เดือน เพราะอาจจะต้องสั่งนำเข้าเพื่อนำมาผ่าตัด
ข้อดีและข้อเสียของถุงน้ำเกลือ
⚫ ข้อดี
1. ภายในถุงบรรจุน้ำเกลือไม่มีสิ่งแปลกปลอม หากมีการรั่วซึมร่างกายสามารถดูดซับได้หมด โดยไม่ก่อให้เกิดอันตราย
2. ในระหว่างผ่าตัด ถ้ามีถุงขนาดเล็กกว่าที่ควร สามารถเพิ่มเติมน้ำเกลือได้เล็กน้อย
⚫ ข้อเสีย
1. หน้าอกมีการแฟบลงหลังมีการรั่วซึมของน้ำเกลือภายในถุง ทำให้ต้องทำการผ่าตัดใหม่เพื่อแก้ไข
2. คลำพบรอยย่นของถุง เป็นเพราะน้ำเกลือซึ่งสั่นไหวไปมา ทำให้ผิวด้านล่างของถุงเกิดรอยย่นปัญหานี้มักเกิดกับผู้ที่มีรูปร่างผอมบาง
3. เต้านมมีการกระเพื่อม ซึ่งผู้ที่ใส่ถุงน้ำเกลือจะรู้สึกหรือได้ยินเสียงกระเพื่อมของเต้านม โดยมากมักเกิดจากขณะผ่าตัดแล้วไล่อากาศออกไม่ดี แต่อากาศเหล่านี้จะค่อยๆดีขึ้นเอง
4. ความรู้สึกและสัมผัสเต้านมไม่เป็นธรรมชาติ
ถุงซิลิโคนเจล (Silicone Gel Filled Breast Implant)
เป็นถุงซิลิโคนภายนอก ภายในบรรจุซิลิโคนเจล ทำให้มีรูปทรงตามความหนาแน่นของซิลิโคน จึงทำให้หลังการใส่ถุงซิลิโคนเจล จะมีลักษณะที่สวยงาม รู้สึกถึงความเป็นธรรมชาติมากกว่าถุงน้ำเกลือ ซึ่งถุงซิลิโคนเจลแบ่งได้ 3 แบบ ดังนี้
1. ถุงเจลธรรมดา (Silicone gel)
โดยมากจะผลิตในรูปแบบของทรงกลม ถุงจะมีความนิ่มและสัมผัสเป็นธรรมชาติมาก แต่เจลในถุงซิลิโคนจะสามารถไหลไปตำแหน่งอื่นๆได้ เช่น ขณะยืนเนื้อเจลจะไหลลงข้างล่าง ทำให้ส่วนบนของถุงดูบางลง อาจเกิดการพับของถุงได้ และด้วยซิลิโคนแบบธรรมดาที่มีความหนาแน่นน้อยทำให้มีความเหลวมาก หากมีการฉีกขาดของถุง เนื้อเจลอาจจะไหลออกมาภายนอกถุงได้
2. ถุงเจลที่มีความหนาแน่นสูง (Cohesive gel)
โดยมากจะผลิตในรูปแบบของทรงกลม ถุงเจลจะมีความนิ่มแต่น้อยกว่าถุงเจลแบบธรรมดา แต่จะยังคงเป็นธรรมชาติอยู่ และยังมีการคงรูปทรงของถุงไว้ แม้มีการเปลี่ยนท่าทาง การคลำพบรอยพับของถุงน้อย หากมีการรั่วซึมหรือฉีกขาดของถุง โอกาาสที่เจลภายในถุงจะไหลออกมาภายนอกน้อย เนื่องจากเนื้อเจลมีความหนืดมากกว่าเจลธรรมดา
3. ถุงเจลที่มีความหนาแน่นสูงมาก (High cohesive gel) หรือทรงหยดน้ำ Anatomical Silicone Implant
ถุงจะมีลักษณะนิ่มน้อยที่สุด เนื่องเป็นเจลที่มีความหนืดมากและมีความหนาแน่นสูง หากมีการรั่วซึมของเปลือกถุง ซิลิโคนชนิดนี้ก็จะไม่ไหลออกมานอกถุง ถุงเจลชนิดนี้จะมีรูปร่างคงเดิมตลอดเวลาที่ใส่อยู่ในร่างกาย แต่เวลาสัมผัสก็ยังคงความนิ่มอยู่
ขนาดและรูปทรงของถุงซิลิโคน
⚫ ขนาด
โดยทั่วไปขนาดของถุงซิลิโคนแต่ละแบบขึ้นอยู่กับบริษัทผู้ผลิตกำหนดขึ้นตั้งแต่ 100 cc. – 800 cc. ผู้ต้องการผ่าตัดสามารถใส่ได้ตามฐานของเต้านมแต่ละบุคคล หรือตามดุลยพินิจของแพทย์ เพื่อลดการเสี่ยงในการเกิดปัญหาหลังผ่าตัด
⚫ รูปทรง
ปัจจุบันถุงซิลิโคนมีการผลิตใน 2 รูปแบบ คือ
1. ทรงกลม (Round Implant) : มีลักษณะเป็นรูปทรงกลม เมื่อใส่เข้าไปในร่างกายจะมีลักษณะกลมแบน การใส่ถุงทรงกลมอาจไม่เป็นธรรมชาติ เวลานอนถุงจะไม่คล้อยไปด้านข้าง แต่จะมีรูปร่างกลม ถุงทรงกลมจะมีการผลิตให้มีความกว้างของฐานและความสูงแตกต่างกัน เพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะความต้องการของผู้รับบริการ
2. ทรงหยดน้ำ (Anatomical Implant) : ลักษณะเหมือนเต้านมธรรมชาติ คือ ถ้ามองจากถุงจะมีลักษณะเป็นวงรี มองจากด้านข้าง ด้านล่างจะมีลักษณะใหญ่ ส่วนด้านบนจะมีลักษณะเล็ก (ลักษณะคล้ายกับรูปปิรามิด) จากการออกแบบจะทำให้ทรงหยดน้ำหนักมีด้านล่างมากกว่าด้านบน ถุงทรงหยดน้ำจะผลิตมาในรูปแบบผิวสัมผัสเป็นผิวทรายเทานั้น เนื่องจากเกาะกับเนื้อเยื่อได้ดี ไม่ทำให้เกิดการหมุนของถุง การผ่าตัดโดยใช้ถุงทรงหยดน้ำจะยากกว่าทรงกลม ฉนั้นจึงจะต้องทำในแพทย์ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญจึงจะดีที่สุด และเนื่องจากลักษณะหน้าอกที่ต่างกัน เช่น หน้าอกมีความสั้น ความยาว ความแคบ เป็นต้น ดังนั้นผู้ผลิตจึงผลิตออกมาได้หลายแบบ เพื่อรอลรับความแตกต่าง ทำให้หลังการผ่าตัดเต้านมมีความสวยงามสมส่วนมากขึ้น







ลักษณะผิวของถุงซิลิโคน
1. ผิวเรียบ (Smooth Implant) จะมีความหนาน้อยกว่าผิวทราย ทำให้เวลาสัมผัสจะรู้สึกนิ่มกว่า การเคลื่อนถุงทำได้ง่ายและรอบทิศทาง โอกาสในการเกิดรอยพับของถุงน้อยกว่าผิวทราย รวมถึงการเกิดพังผืดมากกว่าผิวทรายเช่นกัน
2. ผิวทราย (Textured Implant) จะมีความหนากว่าผิวเรียบ และด้วยผิวสัมผัสที่เป็นผิวทรายทำให้เกิดรอยพับของถุงมากกว่าผิวเรียบ การเคลื่อนถุงสามารถทำได้ในระดับหนึ่งไม่สามารถเคลื่อนไหวรอบทิศทางเหมือนผิวเรียบได้
3. ผิวทรายละเอียด (Micro Textured)
4. ผิวทรายละเอียดมาก (Nano Textured) เป็นผลิตภัณฑ์ที่พัฒนามาจากผิวทราย เริ่มมีการทดลองใช้ในปัจจุบัน ซึ่งถุงทรายแบบละเอียดมากนี้ผลิตโดยบริษัท Motiva บริษัทเดียวเท่านั้น


⚫ ข้อดีของการใช้ถุงผิวเรียบ
ถุงเจลผิวเรียบเป็นถุงเต้านมที่มีการผลิตและใช้ก่อนถุงผิวทรายจะเห็นได้ว่าไม่ว่าจะไม่มีการพัฒนาถุงเต้านมเป็นแบบผิวทรายทรงกลมหรือทรงหยดน้ำหรือผิวทรายละเอียดมาก(Micro texture) ถุงผิวเรียบนั้นยังมีการผลิตและมีการใช้กันตลอดจนถึงปัจจุบัน ข้อดีของการใช้ถุงเจลเรียบคือ
1. นิ่มกว่าถุงผิวทรายเพราะมีเปลือกถุงที่บางกว่า
2. การผ่าตัดทำได้เร็วและใส่ถุงง่ายกว่าทำให้แผลซอกซ้ำน้อยกว่าแผลจากการผ่าตัดด้วยถุงผิวเรียบมักมีปัญหาเรื่องแผลเป็นน้อย
3. แผลผ่าตัดเล็กกว่าเพราะใส่ถุงได้ง่าย
4. มีปัญหาเรื่องการคลำได้รอยพับ(Ripple)น้อยกว่าถึงแม้ว่าใส่ถุงที่มีขนาดกว้างกว่าและซิลิโคนถุงผิวเรียบก็มักคลำขอบไม่ได้
5. ปัญหาเรื่องน้ำเหลืองในระยะสั้น(Early Seroma)และระยะยาว(Late Seroma)น้อยกว่า
6. ในกรณีที่ต้องมีการนวดความเจ็บปวดจะน้อยกว่าเพราะถุงเคลื่อนได้ง่าย
7. หลังผ่าตัดเต้านมคล้อยเร็วเพราะถุงขยับได้ง่าย
8. มีความเกี่ยวข้องน้อยกว่ากับปัญหา(ALCL)
ตำแหน่งแผลผ่าตัด
- เทคนิคที่ 1 : แผลซ่อนในรอยพับของรักแร้ (2-3 cm.) เป็นเทคนิคที่นิยมทำกันมากที่สุด เพราะแผลเป็นถูกซ่อนไว้ในร่องรักแร้ (ARMPIT)
- เทคนิคที่ 2 : แผลขนนานขอบปานนม (3 cm.) สามารถทำได้เฉพาะผู้ที่มีปานนมใหญ่เพียงพอที่จะใส่ถุงเต้านมได้
- เทคนิคที่ 3 : แผลใต้ราวนม (3-4 cm.) ซ่อนในขอบล่างของบรา เป็นแผลผ่าตัดที่อยู่ใต้ขอบของราวนม การใช้วิธีนี้สามารถจัดตำแหน่งและทรงของถุงเต้านมเทียมได้ดี แต่มีข้อเสียคือ แผลเป็นจะเห็นชัดโดยเฉพาะเวลานอน
- เทคนิคที่ 4 : แผลทางสะดือ วิธีนี้ใช้ได้เฉพาะถุงน้ำเกลือ โดยการผ่าตัดโดยกล้อง
- เทคนิคที่ 5 : ผ่านทางแผลผ่าตัดไขมันหน้าท้อง (Lipectomy) ใช้ได้เฉพาะเทคนิคเสริมหน้าอกแบบเหนือกล้ามเนื้อ โดยขณะที่ทำการผ่าตัดไขมันหน้าท้อง จะเปิดช่องเล็กๆ แล้วใส่ถุงเต้านมเทียมโดยผ่านแผลภายใน วิธีนี้ใส่ได้เฉพาะถุงเต้านม
Breast Anatomy
ตำแหน่งการวางถุงซิลิโคน
1. วางเหนือกล้ามเนื้อ (Subglandular Placement) เป็นการวางถุงซิลิโคนไว้ใต้เนื้อนม และอยู่เหนือกล้ามเนื้อหน้าอก การวางซิลิโคนตำแหน่งนี้ หากทำโดยแพทย์ผู้ชำนาญแล้วจึงทำได้ง่ายไม่ยุ่งยาก ใช้เวลาไม่นานในการผ่าตัด เหมาะสำหรับสาวนักกีฬาหรือผู้ที่มีเนื้อนมพอที่จะกั้นระหว่างผิวเนื้อกับถุงซิลิโคน
2. วางใต้กล้ามเนื้อบางส่วน (Partialy Submuscular) เป็นการวางถุงซิลิโคนไว้ใต้กล้ามเนื้อมัดใหญ่มัดเดียว ซึ่งกล้ามเนื้อจะกดทับบริเวณขอบบน ส่วนขอบล่างของถุงจะไม่มีกล้ามเนื้อกด ทำให้เต้านมมีความเป็นธรรมชาติมากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีเนื้อหน้าอกน้อย
3. วางใต้กล้ามเนื้อทั้งหมด (Completery Submuscular) เป็นการวางถุงซิลิโคนไว้บริเวณใต้กล้ามเนื้อหน้าอกทั้งหมด โดยกล้ามเนื้อจะเป็นเปลรองรับถุงซิลิโคนไว้ เพื่อไม่ให้มีการเคลื่อนของถุงซิลิโคน กล้ามเนื้อจะช่วยหนุนให้หน้าอกอวบอูมสวยเป็นธรรมชาติ
- งดสูบบุหรี่ 4 – 6 สัปดาห์
- ควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 2 สัปดาห์ ก่อนผ่าตัด
- งดวิตามิน หรือยาสมุนไพรทุกชนิด กระเทียม ใบแปะก๊วย 2 – 4 สัปดาห์
- งดยากลุ่ม แอสไพริน ยาแก้ปวด ยาต้านอาการซึมเศร้า ยากระตุ้นประสาท 2 – 4 สัปดาห์
- งดทานยาลดน้ำหนัก 4 สัปดาห์
- ผู้ที่มีโรคประจำตัว หรือมีความเสี่ยงต่อผลเลือด ต้องมีใบรับรองแพทย์จากแพทย์ที่ท่านรักษา เพื่อยืนยันการผ่าตัด
- ผู้ที่คลำพบก้อนบริเวณเต้านมต้องมีผลการตรวจชัดเจน และควรผ่าตัดเอาก้อนออก พร้อมผลตรวจสุขภาพว่าไม่ใช่เนื้อร้าย
- ผู้ที่มีผลเลือด HIV เป็นบวก ต้องมีผล CD4 มาพร้อมกับใบรับรองแพทย์ที่ท่านรักษา โดยราคาค่าผ่าตัดผู้ที่มีผลเลือด HIV เป็นบวก จะเพิ่มอีก 100%
- ควรหลีกเลี่ยงการผ่าตัดในช่วงมีประจำเดือน เนื่องจากจะทำให้ดูแลตัวเองได้ยากขึ้น
- ควรลาหยุดงานประมาณ 1 – 2 สัปดาห์
- เปิดแผลในตำแหน่งที่ตกลงกับแพทย์ไว้ก่อนการผ่าตัด
- แพทย์จะทำช่องว่างไว้ผ่านทางแผลเปิด โดยอาจทำตามตำแหน่งที่จะวางซิลิโคนตามที่ตกลงกับแพทย์ไว้
- ใส่ถุงซิลิโคนเข้าไปยังตำแหน่งที่ทำช่องว่างรอไว้แล้ว
- ขยับช่องว่างจนได้ขนาดกว้างกว่าถุงซิลิโคน และไม่มีรอยยับของถุง
- ล้างแผลและช่องว่างด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ
- ใส่ท่อระบายน้ำเหลือง
- เย็บปิดแผล
- ใช้ผ้ายืดพันบริเวณเต้านม เพื่อลดการไหลของเลือดและทำให้ถุงซิลิโคนอยู่ในตำแหน่งปกติ
- แผลผ่าตัด: แผลหลังผ่าตัดจะเย็บไว้ด้วยไหมที่ไม่สลาย หลังการผ่าตัด 5 วัน แพทย์จะนัดมาตัดไหม ควรมาตัดไหมตามกำหนดของแผลเพื่อลดการเกิดแผลเป็นจากไหม ทำความสะอาดแผลโดยการเช็ดด้วยเบตาดีน หรือน้ำเกลือสะอาด วันละ 1 – 2 ครั้ง เช้า – เย็น ควรงดการอาบน้ำโดยวิธีทำความสะอาดโดยการเช็ดตัวท่อนบนจนกว่าจะตัดไหม
- การรับประทานอาหารและยา: ควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และรับประทานยาตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด งดเว้นการดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ และอาหารหมักดอง จนกว่าแผลจะหายดี
- การจัดท่า: ควรนอนยกศีรษะสูง หนุนหมอน 2 ใบ และควรนอนในท่านอนหงาย ไม่ควรนอนตะแคงหรือนอนคว่ำในช่วง 1 – 2 สัปดาห์แรกหลังผ่าตัด เนื่องจากท่าหนอนหงายจะทำให้ถุงซิลิโคนอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม
- การทำกิจวัตรประจำวัน: งดเว้นการอุ้มเด็ก และทำงานบ้านประมาณ 1 สัปดาห์ ไม่ควรยกของหนักเกิน 1 กก. ใน 3 สัปดาห์แรก สามารถขับรถได้หลัง 1 สัปดาห์ไปแล้ว เนื่องจากหลังผ่าตัดใหม่ๆ ยังทำให้หมุนพวงมาลัยรถได้ลำบาก
- การมีเพศสัมพันธ์: สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ในช่วงสัปดาห์แรก แต่ควรระวังการสัมผัสหน้าอก
- รอยแผลเป็น: สามารถทายาลดรอยแผลเป็นได้ หลังจากแผลผ่าตัดหายสนิทดีแล้ว ควรทาครีมกันแดดควบคู่ไปด้วย จะทำให้แผลเป็นจางเร็วขึ้น
- การใช้ยกทรง: ให้ใช้ยกทรงแบบไม่มีโครง หรือ Sport Bra ประมาณ 1 เดือน จนกว่าเต้านมจะคล้อยลงสวย จึงเริ่มใช้แบบดันทรง หรือแบบมีโครงได้ หรือตามแต่ดุลยพินิจของแพทย์พิจารณา
- การออกกำลังกาย: งดออกกำลังกายในช่วง 3 สัปดาห์แรก เนื่องจากยังเป็นช่วงที่ทำให้เลือดออกได้ สามารถออกกำลังกายได้ปกติ หลังจาก เดือนไปแล้ว
- มีอาการชา หรือเจ็บแปลบๆ บริเวณเต้านมหรือหัวนม อาการดังกล่าวจะดีขึ้น 3 – 6 เดือน
- ขนาดของเต้านมจะไม่เท่ากัน ซึ่งเต้านม 2 ข้าง จะดูไกล้เคียงกันและเป็นธรรมชาติต้องใช้เวลาซักระยะ โดยประมาณ 1 – 2 เดือน
- อาการปวด หากเป็นการเสริมแบบเหนือกล้ามเนื้อจะใช้เวลา 1 สัปดาห์ ส่วนใต้กล้ามเนื้ออาจจะประมาณ 2 – 3 สัปดาห์
- อาการคันรอบเต้านม เกิดเนื่องจากผิวหนังมีการตึงขึ้นจากการขยายตัวของเต้านม สามารถใช้โลชั่นทาได้ อาการจะดีขึ้นเองประมาณ 1 – 2 สัปดาห์
- อาการบวมตึง จะค่อยๆ ลดลง ใช้เวลาประมาณ 4 สัปดาห์
- อาการเขียวช้ำ จะค่อยๆ ลดลง ประมาณ 3 สัปดาห์
สิ่งที่ผู้เข้ารับการผ่าตัดจะได้รับหลังผ่าตัด
BCSclinic จะให้กล่อง, สมุดคู่มือ, sticker serial number แก่ผู้รับบริการหลังจากผ่าตัดแล้ว เพื่อยืนยันว่าได้ใส่ซิลิโคนที่ต้องการจริง และสามารถตรวจสอบย้อนหลังเกี่ยวกับข้อมูลของซิลิโคนได้ด้วย

กล่องใส่ซิลิโคน
สมุดคู่มือ
sticker serial number
การ์ด

กล่องใส่ซิลิโคน
สมุดคู่มือ
sticker serial number

กล่องใส่ซิลิโคน
สมุดคู่มือ
sticker serial number
รายละเอียดข้างกล่องซิลิโคน
กล่องซิลิโคน ALLERGAN
กล่องซิลิโคน MENTOR
กล่องซิลิโคน EURO
กล่องซิลิโคน SILIMED
กล่องซิลิโคน MOTIVA
| ศัลยกรรมเสริมหน้าอก | ราคา (บาท) |
| เสริมหน้าอก (ถุงเจลทรงกลม) ไม่เกิน 400 cc (พักรพ. 1 คืน) | |
| – Euro | 57,000 |
| – Sebbin | 52,000 |
| – Silimed | 55,000 |
| – Allergan(CUI) | 60,000 |
| – Mentor | 70,000 |
| – Mentor ultra high profile (ผิวเรียบ, ผิวทราย) | 100,000 |
| – Mentor Memory Gel Xtra (ผิวเรียบ, ผิวทราย) | 130,000 |
| – Motiva | 120,000 |
| – Motiva มีชิพ | 150,000 |
| กรณีเสริมหน้าอก ทรงหยดน้ำ | |
| – Allergan (Natrelle) | – |
| – Silimed | 100,000 |
| – Mentor | 100,000 |
| กรณีเสริมหน้าอก โดยใช้ถุงเจลขนาดเกิน 400 cc. | |
| – ใช้ขนาด 410 cc. | บวกเพิ่ม 5,000 |
| – ใช้ขนาดมากกว่า 410 cc. | บวกเพิ่ม 15,000 |
| – ใช้ขนาดมากกว่า 650 cc. | บวกเพิ่ม 30,000 |
| เสริมหน้าอก ทรง Becker/ข้าง | 160,000 |
ฟรีค่าปรึกษาก่อนผ่าตัด
โทร. 02-895-6565,
081-925-5525
Line ID: @BCSCLINIC

